วันอาทิตย์ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2552

วิธีกินหมูกะทะ

+ วิธี~ กินหมูกะทะกันให้คุ้มค่าที่สุด..! +่





เราควรจะรู้ตัวว่าเมื่อไหร่ควรจะพอ และหยุดกิน ไม่ใช่กินเพื่อให้คุ้มตามข้อเสนอที่ทางร้านหยิบยื่น แต่เราต้องกินอย่างใส่ใจกับสุขภาพตระหนักถึงคุณประโยชน์และโทษที่ได้รับด้วยเช่นกัน


1. กินอาหารประเภทเนื้อสัตว์จำพวกเนื้อหมู ไก่ วัว ปลาหมึก ให้น้อยลงโดยทานเนื้อปลา หรือผักแทนที่ เพราะเป็นอาหารที่ย่อยง่ายอีกทั้งปราศจากไขมันและไม่เสี่ยงต่อการเกิดมะเร็ง



2. กินอาหารที่ต้มหรือลวกโดยพยายามกินอาหารประเภทปิ้ง ย่าง ทอด ให้น้อยที่สุด


3. หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ และน้ำอัดลมระหว่างทานเพราะว่าสองสิ่งนี้ให้พลังงานอาหารที่มาก และต้องใช้เวลานานในการเผาผลาญควรเปลี่ยนเป็นน้ำเปล่าหรือน้ำชาแทนที่


4. สังเกตเนื้อสัตว์ก่อนหยิบมารับประทาน หรือปรุงว่ามีสภาพ รูป สี กลิ่น ต่างไปจากปกติหรือไม่


5. เมื่อเห็นว่ากระทะหรือเตาย่างเริ่มไหม้แล้วควรเรียกพนักงานให้เปลี่ยนอันใหม่ให้ ไม่ควรเกรงใจทนกินต่อไปเพราะสิ่งที่สะสมอยู่บนกระทะนั้นนอกจากจะเป็นสารก่อมะเร็งตัวฉกาจแล้วนั้นยังทำให้เนื้อไม่สุกทั่วถึงกัน เนื่องจากคราบไหม้จะปิดกั้นความร้อนทำให้เนื้อที่ได้ไม่สุกดี


6. อย่ารีบทานจนเกินไปอาจฆ่าเวลาด้วยการเดินย่อย หรือคุยสังสรรค์กับเพื่อน เพื่อช่วยร่างกายในเรื่องการย่อยอาหาร


7. ออกกำลังกายเผาผลาญพลังงานส่วนเกินจากมื้อนั้นๆ ด้วยวิธีเบาๆเช่น ค่อยๆ เดิน เพื่อกระตุ้นให้กระเพาะย่อยอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพหลังจากกินอาหารแล้วนั้น อย่าเพิ่งล้มตัวลงนอนในทันที ควรจะนั่งพักสักครู่หรือทำกิจกรรมเบาๆ อื่นๆ ก่อน


8. รับประทานอาหารบุฟเฟ่ต์ในร้านที่ไว้วางใจได้ทั้งความสด สะอาดของอาหาร และความอนามัยของภาชนะ






# อย่าลืมว่า...สิ่งที่คุณจะได้รับไม่ว่าจะดีหรือร้าย


ก็จะส่งผลจากสิ่งที่คุณกินเข้าไปนั่นเอง #








วันอังคารที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2552

อาหารบำรุงสุขภาพ


อาหารที่บำรุงสายตา


อาหารที่บำรุงสายตา จะมีส่วนประกอบของวิตามินเอ(Vitamiv A) เป็นส่วนสำคัญ เนื่องจากวิตามินเอนั้น จะช่วยในการแปรพลังงานแสงที่ได้รับให้เป็นสัญญาณสู่ระบบประสาท ถ้าหากขาดไปการรับภาพของเรตินาหรือจอตาอาจจะเสื่อมลงได้ แหล่งอาหารที่มีวิตามินเอมากนอกจากจะอยู่อาหารประเภทสัตว์ เช่น เนื้อสัตว์ , ตับ,ไข่แดงหรือนม แล้ว ก็จะมีอยู่ในพืชผักใบเขียวและเหลือง เช่น

1.ผักบุ้ง มีวิตามินเอสูง ช่วยบำรุงสายตา ทำให้ดวงตามีน้ำหล่อเลี้ยง เป็นประกายสวยงาม ไม่แสบ หรือ รู้สึกแห้งในตา เมนูเด็ดๆ ก็คือ ผักบุ้งไฟแดง ลวกจิ้มน้ำพริก หรือกินสดๆก็ได้
2.ตำลึง เป็นไม้เลื้อยที่แต่ก่อนมักปลูกตามรั้วบ้าน ตำลึงเป็นผักที่มีรสหวาน กลิ่นหอม อุดมไปด้วยวิตามินเอ เมนูยอดนิยมก็ต้องแกงจืดตำลึง หรือเอาชุบแป้งทอดก็ได้นะคะ
3.แครอท เป็นผักที่ขึ้นชื่อเรื่องบำรุงสายตา และว่ากันว่าจำเป็นถึงขนาดที่นักบินอังกฤษช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 กินเพื่อช่วยใช้ในการโจมตีข้าศึกตอนกลางคืน ทำให้โจมตีเป้าหมายได้แม่นยำ(โอ้โฮ สุดยอดเลยค่ะ) เมนูแครอทก็มีมากมาย ต้ม ผัด แกง ทอด หรือจะเอาไปทำเป็นน้ำแครอทก็ยังได้ เยี่ยมจริงๆ
4. ฟักทอง กินได้ทั้งยอดอ่อน ดอกตูม ลูกฟักทองอ่อน และเนื้อฟักทองแก่ มีวิตามินเอที่ช่วยบำรุงสายตาให้มีประกายที่สดใส สามารถนำมาทำได้ทั้งอาหารคาวและอาหารหวาน เช่น ผัดฟักทอง แกงขียวหวานฟักทอง หรือฟักทองบวดฟักทอง พายฟักทอง เป็นต้น



อาหารบำรุงสมอง

1. ปลาทะเลน้ำลึก อย่างปลาแซลมอน : รู้หรือเปล่า? สมองมีไขมันเป็นส่วนประกอบมากกว่า 60%เชียวนะคะ ซึ่งมันหมายความว่าเราต้องการไขมันชั้นดีอย่างโอเมก้า 3



2. แครนเบอร์รี่ : จากการศึกษาพบว่าสารในแครนเบอร์รี่ช่วยต่อต้านอาการป่วยเรื้อรังของสมอง อย่างอาการความจำเสื่อม


3.ขมิ้น : เครื่องเทศสำคัญที่เอาไว้ใส่ในแกงกะหรี่แสนอร่อยนี่ล่ะค่ะ สีเหลืองของมันช่วยต่อต้านการเกิดอนุมูลอิสระ(ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ ความจำเสื่อมได้)



4. ข้าวไม่ขัดสี : ข้าวกล้องดีต่อสุขภาพเสมอ นอกจากข้าวกล้องจะเป็นแหล่งพลังงานชั้นดีแล้ว ยังให้โปรตีนที่ผลิตกรดอะมิโนที่เป็นตัวส่งสารอาหารไปยังสมองด้วย


5. สตรอเบอร์รี่ : จากการทดลองให้สตรอเบอร์รี่กับหนูที่อายุมาก พบว่ามันช่วยพัฒนาทั้งประสิทธิภาพในการเรียนรู้และประสิทธิภาพของกล้ามเนื้อสมอง


6. ผักโขม : ช่วยชะลอปัญหาในเรื่องประสิทธิภาพของสมองส่วนกลาง และการรับรู้ที่เสื่อมลงไปตามวัย สลัดผักขมสักชามให้โฟเลทสูง